ประวัติโรงงานน้ำตาลสหเรือง

เรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพน้ำตาลให้ได้มาตรฐาน เพื่อสนองตอบความพึงพอใจของลูกค้า

ประวัติการตั้งโรงงานน้ำตาลสหเรืองจากอดีตถึงปัจจุบัน

ประวัติการตั้งโรงงานน้ำตาลสหเรืองจากอดีตถึงปัจจุบัน

บริษัท สหเรือง จำกัด ได้ถูกจัดตั้งขึ้นโดย นายก่าย โภคสวัสดิ์ เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย โดยผลิตน้ำตาลทรายเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ได้มีการจดทะเบียนก่อตั้งกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อปี พ.ศ.2506 และได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมประเภทโรงงานน้ำตาลที่มีขนาดกำลังการผลิตหีบอ้อยวันละ 1,802 ตัน โดยโรงงานเดิมตั้งอยู่เลขที่ 31/35 ถนนชยางกูร อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร (ณ ขณะนั้นเป็น ต.นิคมคำสร้อย อ.มุกดาหาร จ.นครพนม)

การก่อตั้งย้ายและขยายโรงงานฯแห่งใหม่

เนื่องจากอ้อยมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกๆปี สถานที่ตั้งคับแคบและมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำจนไม่สามารถที่จะหีบอ้อยได้หมด บริษัทฯจึงขออนุญาตย้ายและขยายกำลังการผลิตจาก 1,802 ตันต่อวัน มาเป็น 5,992 ตันต่อวัน โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในปี พ.ศ.2525 และทำการย้ายโรงงานจากที่เดิม มาตั้งใหม่

สถานที่ตั้งโรงงานปัจจุบัน

โรงงานอยู่ที่เลขที่ 76 หมู่ที่ 8 บ้านป่าหวาย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ. มุกดาหาร ซึ่งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดมุกดาหาร ทางทิศเหนือ ถนนสายมุกดาหาร ไปทางอำเภอธาตุพนม ประมาณ 10 กม. สถานที่ตั้งโรงงานปัจจุบัน

พื้นที่โรงงาน

1.พื้นที่ตั้งส่วนอาคารโรงงานฯ และ โกดังน้ำตาล จำนวน 150 ไร่
2.พื้นที่บ่อน้ำดิบ บ่อระบายความร้อน และบ่อบำบัดน้ำเสีย จำนวน 300 ไร่
3.พื้นที่จอดรถบรรทุกอ้อย จำนวน 50 ไร่
4.พื้นที่บริเวณบ้านพักพนักงานและ สนามเด็กเล่น จำนวน 50 ไร่

กำลังการผลิตปัจจุบัน

ปัจจุบันโรงงานมีกำลังผลิต ตามใบอนุญาต 14,000 ตัน/วัน (2546)และจะทำการหีบอ้อยในแต่ละฤดูตั้งแต่เดือน ธันวาคม ถึง เดือน มีนาคม ของปีต่อไป รวมเวลาหีบอ้อยประมาณ 100 - 120 วัน ทำการหีบอ้อยคิดเป็นปริมาณ ประมาณ 1,500,000 ตัน ต่อปีการผลิต

อ้อยที่ป้อนเข้าโรงงาน

อ้อยที่ป้อนเข้าโรงงานฯ ประมาณ 80% เป็นอ้อยที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ส่วนที่เหลือจะกระจายอยู่ในพื้นที่รอยต่อจังหวัดใกล้เคียง เช่น นครพนม อำนาจเจริญ อุบลราชธานี เป็นต้น คิดเป็นพื้นที่โดยรวมแล้วประมาณ 120,000 - 180,000 ไร่

วิธีการปลูก

การปลูกอ้อยของชาวไร่อ้อยแถบภาคอีสานส่วนใหญ่ จะปลูกเป็นอ้อยข้ามแล้ง โดยจะเริ่มปลูกในช่วง ปลายฝน ประมาณเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน และจะปล่อยให้อ้อยเจริญเติบโตจนถึงเดือนพฤศจิกายน ปีถัดไป จึงจะตัดส่งโรงงานฯ ซึ่งอ้อยจะมีอายุประมาณ 12-15 เดือน ซึ่งสาเหตุนี้จึงทำให้อ้อยมีความหวานมากกว่าภาคอื่นๆ ซึ่งจะปลูกอ้อยต้นฝน อายุอ้อยจะประมาณ 8-10 เดือน แต่ความหวานจะน้อยเพราะอ้อยยังแก่ไม่เต็มที่

การส่งเสริมการปลูกอ้อย

โรงงานจะเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินทุนโดยดำเนินการประสานไปยังธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร (ธกส.) โดยให้ชาวไร่กู้เงินจากธนาคารเหล่านั้น และโรงงานฯจะเป็นผู้ค้ำประกันให้ เป็นการกู้เพื่อ การเกษตรอัตราดอกเบี้ยต่ำ และเมื่อเกษตรกรตัดอ้อยส่งเข้าหีบอ้อยโรงงานฯแล้ว โรงงานฯจะหักเงินค่าอ้อยส่วนหนึ่งเพื่อใช้หนี้ธนาคารฯ ปัจจุบันมีชาวไร่อ้อยคู่สัญญา 10,000 ราย โดยชาวไร่อ้อยรายย่อยเหล่านี้ จะรวมกลุ่มกันมาทำสัญญาส่งอ้อยให้โรงงานฯซึ่งเราเรียกว่า ระบบโควต้า

การรับซื้ออ้อยของโรงงานฯ

โรงงานฯจะรับซื้ออ้อยจากชาวไร่โดยระบบชั่งน้ำหนักและวัดค่าความหวานของอ้อยแต่ละรายซึ่งเรียกว่าระบบ ซีซีเอส (CCS = COMMERCIAL CANE SUGAR) ราคาอ้อยจะเป็นไปตามที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด ซึ่งคิดราคาที่ 10 ซีซีเอส หากว่าอ้อยของชาวไร่รายใดมีความหวานมากกว่า 10 ซีซีเอส ก็จะได้รับเงินค่าอ้อยมากขึ้นตามสัดส่วนที่กำหนด ดังนั้นจึงถือว่าระบบซีซีเอสนี้ให้ผลดีกับทุกๆฝ่าย สำหรับการกำหนดราคาค่าอ้อยนั้นจะคำนวณจากรายได้ของระบบอ้อยและน้ำตาล และแบ่งให้ชาวไร่ 70% โรงงาน 30%

อัตรากำลังของโรงงาน

โครงสร้างการบริหารงานของบริษัทฯ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

1.ฝ่ายสำนักงาน ประกอบด้วย งานการเงิน งานบัญชี และงานส่งเสริมการปลูกอ้อย
ซึ่งรวมแล้ว จะมีอัตรากำลัง ประมาณ 100 คน
2.ฝ่ายโรงงานฯ ประกอบด้วย แผนกต่างๆ ตามขบวนการผลิต มีอัตรากำลัง ประมาณ 500 คน ( เฉพาะช่วงซ่อม
บำรุง )แต่ถ้าหากว่าเป็นในช่วงการเปิดหีบ จะรับพนักงานชั่วคราวเฉพาะฤดูกาล ซึ่งเป็นคนในพื้นที่อีกประมาณ 200 คน
ดังนั้นจะเห็นว่าจากการที่โรงงานฯ ได้ย้ายมาตั้งที่แห่งนี้ ทำให้เกิดการสร้างงานให้กับชาวบ้านอย่างมากมาย